Get Adobe Flash player

ค้นหาข้อมูล

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

ติดต่อ-สอบถาม

ป้ายโฆษณา

จำนวนผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้27
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้163
mod_vvisit_counterเดือนนี้2689
mod_vvisit_counterทังหมด3945578

กำลังเข้าชม 2
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
**ศูนย์เลสิค โรงพยาบาลกลางภูมิใจเสนอเทคโนโลยี ใหม่ล่าสุดในการทำ LASIK เพื่อการมองเห็นที่ดีที่สุด"Femtosecond Laser(FS200)และSCHWIND AMARIS 750S EXCIMER LASER" เครื่องแรกในประเทศไทย ติดตั้งแล้วที่ศูนย์เลสิค โรงพยาบาลกลาง สนใจติดต่อศูนย์เลสิค โรงพยาบาลกลาง โทร 0-2220-8000 ต่อ 11641 – 11642

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate
ป้ายโฆษณา

SUMMER…Dangerous

SUMMER…Dangerous !

คณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล

ฤดูร้อนเป็นฤดูที่มีความเหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของเชื้อโรค โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งสามารถแพร่ระบาดได้ง่าย  โรคที่พบบ่อยในช่วงฤดูร้อนที่จำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็น 2 กลุ่ม  คือ  โรคติดต่อทางอาหารและน้ำ   และโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน

โรคติดต่อทางอาหารและน้ำ เป็นโรคที่เข้าสู่ร่างกาย โดยการรับประทานอาหารและน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อโรค  โรคที่พบบ่อย  ได้แก่

1. โรคอุจจาระร่วง เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อต่างๆได้หลายชนิด เช่น เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว และหนอนพยาธิ

อาการสำคัญ ได้แก่  ถ่ายอุจจาระเหลวตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปต่อวัน หรือถ่ายเป็นน้ำ หรือถ่ายมีมูกปนเลือด โดยทั่วไปมักจะอาเจียนร่วมด้วย ผู้ป่วยอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย จนกระทั่งรุนแรงมาก

2. โรคอาหารเป็นพิษ เป็นโรคที่เกิดจากพิษของเชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อซาลโมเนลล่า เชื้อรา เห็ด หรือสารเคมีที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร ซึ่งมักพบในอาหารที่ปรุงสุกๆดิบ ๆ  รวมทั้งอาหารกระป๋อง  และน้ำนมที่ยังไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ

อาการ จะเกิดขึ้นภายใน 2-6 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหารปนเปื้อนเชื้อ  ได้แก่ มีไข้ ปวดท้อง เนื่องจากเชื้อโรคทำให้เกิดการอักเสบที่กระเพาะอาหารและลำไส้  ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว คลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วง ซึ่งถ้าถ่ายมากจะเกิดอาการขาดน้ำและเกลือแร่ได้

3.  โรคบิด เป็นโรคที่เกิดจาก เชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อเรียกว่า Shigella
อาการสำคัญ ได้แก่ ถ่ายอุจจาระบ่อย อุจจาระมีมูกหรือมูกปนเลือด มีไข้ ปวดท้องแบบปวดเบ่งร่วมด้วย

4.  โรคอหิวาตกโรค เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อเรียกว่า Vibrio  
อาการสำคัญ  ได้แก่
ถ่ายอุจจาระคราวละมาก ๆ โดยไม่มีอาการปวดท้อง ไปจนกระทั่งมีการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำคล้ายน้ำซาวข้าว อาเจียนมาก และมีอาการขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว  กระสับกระส่าย อ่อนเพลีย  ปัสสาวะน้อย หายใจลึกผิดปกติ ชีพจรเต้นเบาเร็ว  ผู้ป่วยจะอยู่ในภาวะช๊อค หมดสติ  และอาจเสียชีวิตได้ถ้าไม่ได้รับ การรักษาทันท่วงที

5. โรคไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อย เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไทฟอยด์ ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรีย

อาการสำคัญ ได้แก่ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร ผู้ป่วยอาจมีอาการท้องผูก หรือบางรายอาจท้องเสียได้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้เรื้อรังจะมีเชื้อปนออกมากับอุจจาระและปัสสาวะเป็น ครั้งคราว ซึ่งจะทำให้ผู้นั้นเป็นพาหะของโรคได้ ถ้าไปประกอบอาหารโดยไม่ล้างมือให้สะอาด หรือปรุงอาหารไม่สุก ก็จะทำให้เชื้อไทฟอยด์แพร่ไปสู่ผู้อื่นได้

แนวทางการป้องกันโรค

1. ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร รับประทานอาหาร หรือก่อนเตรียมนมให้เด็ก และภายหลังจากการเข้าห้องน้ำ

2. ดื่ม น้ำที่สะอาด หรือน้ำต้มสุก และรับประทานอาหารที่สะอาด และสุกใหม่ๆ ไม่ควรรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ  หากต้องการจะเก็บรักษาอาหารที่ปรุงสุกแล้วไว้รับประทานในวันต่อไป ควรใส่ไว้ในภาชนะที่ปิดมิดชิด และเก็บไว้ในตู้เย็น และนำมาอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทานทุกครั้ง

3. สำหรับ ผู้ประกอบอาหาร และพนักงานเสริฟอาหาร ควรหมั่นล้างมือก่อนจับต้องอาหารทุกครั้ง และดูแลรักษาความสะอาดภายในครัว หากมีอาการอุจจาระร่วง ควรหยุดปฏิบัติงานจนกว่าจะหายหรือตรวจไม่พบเชื้อในอุจจาระ

โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ได้แก่  โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ  สัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค ส่วนใหญ่พบในสุนัข  แมว ค้างคาว ติดต่อได้ทั้งการโดนกัด ข่วน หรือถูกเลียบริเวณที่มีแผลถลอก หรือน้ำลายสัตว์ที่มีเชื้อเข้าตา ปาก หรือจมูก ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะมีอาการภายใน 15-60 วัน เมื่อ เป็นโรคพิษสุนัขบ้ายังไม่มียารักษา ทำให้เสียชีวิตทุกรายภายใน 2-7 วัน หลังแสดงอาการ จึงต้องรีบให้วัคซีนทันทีเมื่อได้รับเชื้อ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทราบทันที เพื่อเข้าควบคุมโรคในพื้นที่ หากถูกสัตว์กัดหรือข่วน ให้รีบล้างแผลด้วยสบู่ และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง แล้วรีบไปพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ และฉีดวัคซีนป้องกัน

วิธีป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่ดีที่สุด ก็คือ ให้นำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าปีละครั้ง โดยเริ่มฉีดวัคซีนเข็มแรก เมื่อสุนัขอายุ 2-4 เดือน

คณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านปลอดภัยจากโรคที่มากับฤดูร้อน โดยยึดหลักปฏิบัติในชีวิตประจำวันง่าย ๆ ได้แก่ กินร้อน  ใช้ช้อนกลาง และ ล้างมือทุกครั้ง

ทีมา http://health.kapook.com/view22277.html

http://www.bangkokhealth.com

http://www.thaimuslim.com

bma-health map

ป้ายโฆษณา

วารสารโรงพยาบาล

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ข่าวดี!!!!>>>ทุกท่านสามารถติดต่อ-นัดล่วงหน้า และทำบัตรใหม่ ได้ที่ศูนย์ประกันสุขภาพ<<< Mail : klangprofit@gmail.com

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา